black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

depa ชูกลไก Thailand Digital Catalog บนเวที Logistics Automation Expo 2026 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล ได้เข้าร่วมเป็น วิทยากรพิเศษ บรรยายในหัวข้อ Unlocking New Growth with Thailand Digital Catalog: ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยด้วยกลไก บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ภายในงาน Logistics Automation Expo 2026

โดย ดร.สักกเวท ได้กล่าวถึงการดำเนินงานของ depa ในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ผ่านกลไกการสนับสนุนต่าง ๆ โดยได้ยกตัวอย่างถึงมาตรการ depa Digital Startup Fund ที่เป็นการลงทุนในธุรกิจดิจิทัลตามศักยภาพในแต่ละช่วงการเติบโต และการสนับสนุนภาคกำลังคนอย่างมาตรการ depa Digital Manpower Fund พร้อมแนะนำถึงการใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี ภายใต้กรอบ Digital Skill Roadmap ที่มีทั้ง Tax 250% สำหรับผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) จากรายจ่ายในการส่งลูกจ้างเข้ารับการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะลูกจ้างตามกรอบ Digital Skill Roadmap และ Tax 150% สำหรับผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้สูงสุด 150% จากรายจ่ายเงินเดือนตามสัญญาจ้างแรงงานใหม่ให้แก่ลูกจ้างซึ่งมีทักษะในกรอบ Digital Skill Roadmap

นอกจากนี้ ดร.สักกเวท ได้บรรยายกลไกหลักในการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล “บัญชีบริการดิจิทัล” ที่เป็นกลไกรวบรวมสินค้าและบริการดิจิทัลที่ได้รับตรามาตรฐาน dSURE เพื่อส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สิทธิประโยชน์ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงโดยไม่จำกัดวงเงิน, โครงการ Local Government Transformation Cloud ที่ช่วยหนุนหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่น ด้วยผู้ประกอบการบนบัญชีบริการดิจิทัล, มาตรการภาษี Tax 200%, สิทธิมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมดิจิทัลจาก BOI สำหรับภาคเอกชน อีกทั้งยังมีการสนับสนุนของ depa ผ่านมาตรการ depa Digital Transformation Fund และ depa mini Transformation Voucher, โครงการ BDS “SME Spring Board” ที่สนับสนุน SMEs ของ สสว. อีกทั้ง ยังได้กล่าวถึงความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น ความร่วมมือกับ COM7 ในการนำสินค้าและบริการดิจิทัลที่อยู่บนบัญชีบริการดิจิทัลมาขายในหน้าร้านในเครือ COM7 และความร่วมมือกับ INET ที่มอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการในบัญชีบริการดิจิทัลในการใช้บริการระบบคลาวด์ของทางบริษัท

ดร.สักกเวท ยังได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันสินค้าและบริการใน ‘บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog)’ โดยเฉพาะโซลูชันด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญ อาทิ ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System: WMS), ระบบบริหารจัดการการขนส่ง (Transportation Management System: TMS), ระบบบริหารจัดการยานพาหนะ (Fleet Management System: FMS) รวมถึงซอฟต์แวร์ด้านโลจิสติกส์อื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าวที่ขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานทราบถึงแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใช้ได้จริงในภาคธุรกิจ

การบรรยายในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของ depa ในการผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ผ่านกลไก "บัญชีบริการดิจิทัล" ซึ่งช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการดิจิทัลกับภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐ พร้อมสนับสนุนให้เกิดการนำโซลูชันดิจิทัลไปใช้จริง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล